TRC Development

ผู้เขียน: admin

  • วิจัยด้านบริหารจัดการ

    วิจัยด้านบริหารจัดการ

    วิจัยด้านการบริหารจัดการ จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของวิจัยทางธุรกิจ โดยจะมุ่งเน้นเรื่องของกระบวนการในการส่งมอบสินค้าหรือบริการจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคและจะต้องคาดหวังให้ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจสูงสุด และองค์การจะได้รับผลตอบแทนในรูปของกำไร ขอบข่ายของการวิจัยทางธุรกิจจะครอบคลุมหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

    ขอบข่ายของการวิจัย

    การวิจัยด้านการจัดการ

    การวิจัยที่เน้นด้านการจัดการ การทำงานร่วมกันของคนในองค์การ เนื้อหาการวิจัยครอบคลุมประเด็นเรื่องทัศนคติ แรงจูงใจ ความพึงพอใจ การปรับปรุงการทำงาน เป็นต้น

    ตัวอย่าง

    • การศึกษาความพึงพอใจของพนักงานสายปฏิบัติการในการทำงานในแผนกจัดซื้อ
    • การศึกษาทัศนคติของพนักงานองค์การภาครัฐต่อการบริหารงานแบบองค์กรภาครัฐสมัยใหม่

    การวิจัยด้านทรัพยากรมนุษย์

    การวิจัยที่เน้นด้านบุคลากรในองค์การ ทั้งการสรรหา คัดเลือก การพัฒนา และการส่งเสริมขวัญกำลังใจพนักงาน

    ตัวอย่าง

    • การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษให้พนักงานบริการส่วนหน้า
    • การพัฒนาความผูกพันในองค์กรของพนักงานธนาคารกรุงเทพ ในเขตกรุงเทพมหานคร

    การวิจัยด้านการบัญชี

    การวิจัยที่เน้นด้านบุคลากรในองค์การ ทั้งการสรรหา คัดเลือก การพัฒนา และการส่งเสริมขวัญกำลังใจพนักงาน

    ตัวอย่าง

    • การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษให้พนักงานบริการส่วนหน้า
    • การพัฒนาความผูกพันในองค์กรของพนักงานธนาคารกรุงเทพ ในเขตกรุงเทพมหานคร

    การวิจัยด้านการเงิน

    การวิจัยที่เน้นด้านบุคลากรในองค์การ ทั้งการสรรหา คัดเลือก การพัฒนา และการส่งเสริมขวัญกำลังใจพนักงาน

    ตัวอย่าง

    • การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษให้พนักงานบริการส่วนหน้า
    • การพัฒนาความผูกพันในองค์กรของพนักงานธนาคารกรุงเทพ ในเขตกรุงเทพมหานคร

    การวิจัยด้านการตลาด

    การวิจัยที่เน้นการทำให้สินค้าหรือบริการเป็นที่ต้องการของลูกค้า เนื้อหาครอบคลุมเรื่องของการสร้างแรงจูงใจ ศึกษาสภาพตลาด สินค้า การตั้งราคา การเลือกช่องทางการจัดจำหน่าย การส่งเสริมการตลาด

    ตัวอย่าง

    • กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดสำหรับผู้งานซิมโทรศัพท์มือถือกลุ่มเจเนอเรชั่นวายในเขตกรุงเทพมหานคร
    • ปัจจัยาทางการตลาดออนไลน์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่มเวขสำอางค์ของผู้บริโภคเขตภาคกลาง

    การวิจัยด้านการผลิต

    การวิจัยที่เน้นการศึกษาและพัฒนากระบวนการผลิตของสินค้าหรือบริการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น หรือมีผลกระทบเชิงลบให้น้อยที่สุด

    ตัวอย่าง

    • การพัฒนาระบบจัดการน้ำเสียจากกระบวนการผลิตปลากระป๋องมาใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรม
    • การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตหลอดไฟของโรงงานกรุงเทพมหานคร

    การวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์

    การวิจัยที่เน้นการศึกษาภาพของเศรษฐศาสตร์ในเชิงมหภาค

    ตัวอย่าง

    • การพยากรณ์อุปสงค์ของการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ระหว่างปี 2560-2563
    • ความเต็มใจสำหรับการจ่ายร่วมในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า

    แพ็คเก็จบริการ

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    องค์กรเดียว

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่เกิน 100

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถาม

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test} , การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA))

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    องค์กรใหญ่

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่เกิน 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    – แบบสอบถาม – แบบสัมภาษณ์ – แบบสังเกต

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test} , การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA))

    ประเภทการวิจัย

    เชิงทดลอง

    กลุ่มประชากร

    ไม่จำกัด*

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่จำกัด*

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถาม,โปรแกรมหรือเครื่องมือวิจัยที่งานวิจัยกำหนด

    * ขึ้นอยู่กับประเด็นการวิจัย และที่คณะกรรมการแต่ละสถาบันยอมรับ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test} , การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA))

  • วิจัยด้านการตลาด

    วิจัยด้านการตลาด

    การวิจัยด้านการตลาด เป็นการศึกษาโดยใช้กระบวนการทางวิจัยตั้งแต่ขั้นตอนของการกำหนดวัตถุประสงค์ การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การแปลความ และใช้สารสนเทศต่างๆ ที่มีกระบวนได้มาที่น่าเชื่อถือ เพื่อการตัดสินใจปรับปรุง แก้ปัญหา หรือสร้างโอกาสทางการตลาด โดยมีเป้าหมายปลายทางคือเพื่อให้สินค้าหรือบริการสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มหมายได้อย่างสูงสุดซึ่งวิจัยด้านการตลาดจะมีประเด็นสำคัญๆ ที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้

    • ลูกค้าและคู่แข่งขันทางการตลาด
    • การตระหนักรู้และภาพลักษณ์ของตราสินค้า
    • การใช้สินค้าหรือบริการ
    • ปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวสินค้าหรือบริการ
    • ความต้องการของลูกค้าที่มีต่อสินค้าหรือบริการตัวใหม่

    ในมุมของวิจัยทางการตลาดที่เป็นรูปแบของวิจัยเชิงสำรวจเองก็สามารถแบ่งประเภทได้เป็นอีกหลายประเด็นในการวิจัยและมีลักษณะสำคัญ ดังต่อไปนี้

    1. การสำรวจตลาด

    กำหนดขนาดและความสัมพันธ์ของส่วนแบ่งทางการตลาด ศึกษข้อมูลจากแหล่งข้อมูลสำคัญ (Key information) ที่เกี่ยวข้องกับ การเติบโตทางการตลาด (Market growth) ตำแหน่งของคู่แข่งขัน (Competitive positioning) และส่วนแบ่งการตลาด (Shared of market)

    2. การสำรวจเพื่อทำฐานข้อมูล และการแบ่งส่วนตลาด

    ระบุกลุ่มคนและเข้าใจเหตุผลของลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มที่ไม่ใช่เป้าหมายทางธุรกิจ มักจะใช้การวิเคราะห์การแบ่งส่วนตลาด (Market segmentation) และการวิเคราะห์ส่วนแบ่งทางการตลาด (Market shared)

    3. การสำรวจกระบวนการตัดสินใจซื้อ

    ศึกษากระบวนการในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ตั้งแต่ขั้นของ การตระหนักรู้ (Awareness) –> การมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ (Knowledge) –> การตั้งใจซื้อ (Intention) –> การทดลองใช้ (Trial) –> การซื้อ (Purchase) –> การซื้อซ้ำ (Repurchase)

    4. การสำรวจทัศนคติและความคาดหวังของลูกค้า

    ศึกษาลักษณะสำคัญของสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าต้องการ รวมไปถึงศึกษาทัศนคติที่มีต่อสินค้าหรือบริการ ตัวองค์กรธุรกิจ การโฆษณา การโต้ตอบของลูกค้า (Conversion) ความผูกพันและภักดีของลูกค้า (Commitment and loyalty)

    5. การสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค

    การศึกษาเพื่อเข้าใจนิสัยและพฤติกรรมการใช้สินค้าหรือบริการของลูกค้า ว่ามีการใช้อย่างไร ใช้เมื่อไหร่ เป็นต้น

    นอกจากนี้ตัวอย่างประเภทของการวิจัยด้านการตลาดในกลุ่มของวิจัยเชิงสำรวจที่กล่าวถึงข้างต้น ยังมีวิจัยทางการตลาดอีกหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น การวิจัยการตลาดเพื่อวิเคราะห์กำหนดแนวคิดในการสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ การวิจัยการยอมรับในสินค้าหรือบริการ การสำรวจคู่แข่งและตำแหน่งทางการตลาด การสำรวจคุณค่าของตราสินค้า (Brand equity) การสำรวจเพื่อวิเคราะห์ติดตามผลของการโฆษณา การสำรวจประสิทธิภาพของสื่อหรือช่องทางการโฆษณา ยังรวมไปถึงการสำรวจความพึงใจและพฤติกรรมการใช้งานภายหลังจากการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการอีกด้วย

    สำหรับการทำวิจัยทางการตลาดจะมีขั้นตอนคล้ายกับการวิจัยทั่ว แต่อาจเพิ่มบางขั้นตอนเพื่อความครบถ้วนและประโยชน์การใช้งานด้านการตลาด ดังนี้

    ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการวิจัยทางการตลาดจะมีหลากหลายในองค์กร ดังนี้

    • ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Research and Development: R&D)
    • ฝ่ายการตลาด (Marketing)ฝ่ายขาย (Sale director)
    • ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ (Customer relationship management)
    • ฝ่ายบริการลูกค้า (Customer service)

    แพ็คเก็จบริการ

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    พื้นที่เดียว

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่เกิน 100

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test), การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),

      การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    หลากหลาย

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่เกิน 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test), การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),

      การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงวิจัยและพัฒนา (R&D)*

    กลุ่มประชากร

    ลูกค้าเป้าหมายทางธุรกิจ

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่เกิน 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ

    * ในลักษณะของการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ (แผนธุรกิจ, กล ยุทธ์ทางการตลาดใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย) 
    ** แผนธุรกิจ, กลยุทธ์ทาง การตลาดเฉพาะของกลุ่มเป้าหมาย 

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test), การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

  • วิจัยด้านรัฐศาสตร์

    วิจัยด้านรัฐศาสตร์

    การวิจัยด้านรัฐศาสตร์ เป็นการแสวงหาความรู้ความจริงในขอบเขตของวิชารัฐศาสตร์ กล่าวคือในประเด็นที่เกี่ยวกับกิจกรรมหรือปรากฏการณ์ หรือวิธีการแก้ปัญหาด้านการเมือง รัฐบาล การบริหารงานของรัฐ และกิจกรรมของรัฐด้วยวิธีการที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีลักษณะเป็นระบบระเบียบและเป็นเหตุเป็นผล เพื่อให้ความรู้ความจริงที่เชื่อถือได้ เพื่อนำเอาความรู้ความจริงมาใช้อธิบาย ทำนาย หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องด้านรัฐศาสตร์

    1. สาขาวิชาการปกครอง (Government)

    เป็นการศึกษาเกี่ยวกับปรัชญาและทฤษฎีการเมือง พฤติกรรมการเมือง ระบบการเมือง สถาบันการเมืองต่างๆ เช่น รัฐสภา พรรคการเมือง การเมืองการปกครองส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น เป็นต้น

    2. สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International relations)

    เป็นการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในกลุ่มภูมิภาคต่างๆ เป็นต้น

    3. สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ หรือบริการรัฐกิจ (Public Administration)

    เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ การจัดการองค์การและการบริหารงานภาครัฐ นโยบายสาธารณะและการวางแผนการคลังและการงบประมาณ การบริหารงานบุคคล พฤติกรรมในองค์การ วิทยาการจัดการ เป็นต้น

    อย่างไรก็ตามการแบ่งสาขาวิชาด้านรัฐศาสตร์ที่พบได้ตามมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน
    ด้านรัฐศาสตร์จะสามารถแบ่งออกเป็น 8 สาขาวิชา ได้แก่

    1. สาขาการเมืองทั่วไป

    จะศึกษาเกี่ยวกับ การเมืองโดยทั่วไป การเมืองและพฤติกรรม การเมืองและกระบวนการในการกำหนดนโยบาย พรรคการเมือง การเลือกตั้งและพฤติกรรมการเมือง และพฤติกรรมการออกเสียงเลือกตั้ง

    2. สาขาวิชาปรัชญาและทฤษฎีการเมือง

    ศึกษาเกี่ยวกับ วิธีการและเทคนิคการวิจัยด้านรัฐศาสตร์ ปรัชญาการเมือง ทฤษฎีปทัสถาน (Normative) ทฤษฎีเชิงประจักษ์ (Empirical) เป็นต้น

    3. สาขาวิชาการเมืองเปรียบเทียบ

    จะศึกษาเกี่ยวกับ การวิเคราะห์แบบเปรียบเทียบ รัฐบาลเปรียบเทียบ การวิเคราะห์การเมืองข้ามเขตแห่งวัฒนธรรม รัฐบาลและการเมืองต่างประเทศเปรียบเทียบ ลักษณะและพฤติกรรมการเมืองในประเทศกำลังพัฒนา สถาบันและพฤติกรรมทางการเมืองสมัยใหม่ เป็นต้น

    4. สาขาการเมืองภายในประเทศ

    จะศึกษาเกี่ยวกับ การเมืองการปกครองของประเทศที่ทำการศึกษา เช่น การเมืองการปกครองไทย รัฐบาลไทย กฎหมายรัฐธรรมนูญ ภาวะผู้นำทางการเมือง ระบบและกระบวนการาทางการเมืองไทย พฤติกรรมของฝ่ายบริหารไทย พฤติกรรมของฝ่ายนิติบัญญัติไทย เป็นต้น

    5. สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

    จะศึกษาเกี่ยวกับ การเมืองการปกครองของประเทศที่ทำการศึกษา เช่น การเมืองการปกครองไทย รัฐบาลไทย กฎหมายรัฐธรรมนูญ ภาวะผู้นำทางการเมือง ระบบและกระบวนการาทางการเมืองไทย พฤติกรรมของฝ่ายบริหารไทย พฤติกรรมของฝ่ายนิติบัญญัติไทย เป็นต้น

    6. สาขาวิชากฎหมายมหาชน

    จะศึกษาเกี่ยวกับระบบกฎหมาย จะศึกษาเกี่ยวกับระบบกฎหมายเปรียบเทียบ กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กระบวนการและพฤติกรรมของฝ่ายนิติบัญญัติ กฎหมายมหาชน เป็นต้น

    7. สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

    หรือบริหารรัฐกิจ จะศึกษาเกี่ยวกับการกำหนดและบริหารนโยบายสาธารณะ การวางแผนและวางโครงการ การจัดองค์การและบริหารงาน การคลังและงบประมาณ รัฐประศาสนศาสตร์เปรียบเทียบ การบริหารพัฒนา พฤติกรรมการบริหาร วิทยาการจัดการ การปกครองท้องถิ่น เป็นต้น

    8. สาขาวิชาอื่นๆ

    สังคมวิทยาการเมือง การเมืองและการปกครองมหานคร เป็นต้น

    ขณะที่ขอบข่ายของงานวิจัยด้านรัฐศาสตร์ ก็จะสอดคล้องกับสาขาวิชาที่เปิดสอนด้านรัฐศาสตร์
    ส่วนใหญ่จะอยู่ในประเด็น ดังนี้

    • การวิจัยด้านปรัชญาการเมือง (Political philosophy research)
    • การวิจัยด้านโครงสร้างและหน้าที่ (Structural and functional research)
    • การวิจัยทางด้านพฤติกรรมการเมือง (Political behavior research)
    • การวิจัยในเรื่องกฎหมายและระเบียบแบบแผน (Legal research)
    • การวิจัยทางด้านประวัติศาสตร์การเมืองการปกครอง (Political historical research)

    แพ็คเก็จบริการ

    ประเภทการวิจัย

    เชิงเอกสาร

    กลุ่มตัวอย่าง

    เอกสารด้านกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศ

    จำนวนตัวอย่าง (คน)

    ___

    เครื่องมือการสำรวจ

    เอกสารด้านกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • การวิเคราะเนื้อหา (Content analysis)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงคุณภาพ

    กลุ่มตัวอย่าง

    องค์กรเดียว

    จำนวนตัวอย่าง (คน)

    ไม่เกิน 20

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสัมภาษณ์

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • การวิเคราะเนื้อหา (Content analysis)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงเอกสาร

    กลุ่มตัวอย่าง

    หลายองค์กร

    จำนวนตัวอย่าง (คน)

    ไม่เกิน 20

    เครื่องมือการสำรวจ

    เอกสารด้านกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • การวิเคราะเนื้อหา (Content analysis)
    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test), การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),
      การวิเคราะห์สหสัมพันธ์  (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression),
      การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงการ (Structural Equation Modelling: SEM)
  • วิจัยด้านกฎหมาย

    วิจัยด้านกฎหมาย

    การวิจัยในด้านกฎหมาย ส่วนใหญ่จะเป็นการนำข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงจากการใช้กฎหมายที่มีประเด็นปัญหามาศึกษาวิจัย
    มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อเข้าใจถึงแนวคิดทฤษฎีทางกฎหมาย อาจมีการเปรียบเทียบข้อกฎหมายระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ นำแนวคำพิพากษาของศาลในกรณีที่คล้ายคลึงกัน รวมไปถึงมาตรการทางกฎหมายและงานวิจัยด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะเป็นการเสนอแนะมาตรการทางกฎหมายในประเด็นที่ผู้วิจัยได้จากการสังเคราะห์ข้อค้นพบในงานวิจัย

    ลักษณะของงานวิจัยด้านกฎหมายส่วนใหญ่จะเป็นวิจัยเชิงคุณภาพ เน้นการศึกษาจากเอกสาร ประมวลกฎหมาย เอกสารประกอบคำพิจารณาของศาล พระราชบัญญัติ ตำราทางวิชาการ บทความจากวารสารหรือนิตยสารทางกฎหมาย เอกสารประกอบการสัมมนา สถิติสำคัญๆ ฯลฯ และอาจมีการใช้วิธีการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกในกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายนั้นๆ เพื่อให้เห็นภาพของการวิจัยด้านกฎหมายอย่างง่าย จะพิจารณาจากพื้นฐานการสร้างกรอบแนวคิดของงานวิจัยด้านกฎหมายได้ ดังนี้

    เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยด้านกฎหมายส่วนใหญ่มักจะใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก (In-dept interview) เพื่อสัมภาษณ์บุคคลผู้เกี่ยวข้อง โดยสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ครอบครอบวัตถุประสงค์และกรอบแนวคิดการวิจัย นอกจากนี้ยังมีการใช้อุปกรณ์ในการบันทึกข้อมูลขณะสัมภาษณ์ ได้แก่ เครื่องบันทึกภาพและเสียง การจดบันทึกการสัมภาษณ์ เป็นต้น

    กลุ่มงานวิจัยด้านกฎหมายสามารถทำได้ในหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น

    กฎหมายอาญา

    กฎหมายภาษี

    กฎหมายธุรกิจ

    กฎหมายระหว่างประเทศ

    กฎหมายเอกชน

    กฎหมายมหาชน

    กฎหมายปกครอง

    กฎหมายระดับท้องถิ่น

    กฎหมายสิ่งแวดล้อม

    แพ็คเก็จบริการ

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    จำนวนประขาการ(คน)

    มากกว่า 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ์

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

       

    •  

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    จำนวนประขาการ(คน)

    มากกว่า 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ์

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผ่านโปรแกรม LISREL, AMOS)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงทดลอง

    ประเภทการวิจัย

    ไม่จำกัด*

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่จำกัด*

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถาม, ชุดกิจกรรมหรือโปรแกรมพัฒนา

    *ขึ้นอยู่กับผู้วิจัยหรือประเด็นการวิจัย และคณะกรรมการแต่ละสถาบันยอมรับ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA), การวิเคราะห์  สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression, การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผ่านโปรแกรม LISREL, AMOS)

    •  
  • วิจัยด้านการท่องเที่ยว

    วิจัยด้านการท่องเที่ยว

    การวิจัยด้านการท่องเที่ยว จะเป็นการศึกษาค้นคว้าความรู้อย่างเป็นระบบ โดยอาศัยขั้นตอนตามหลักการทางวิจัยทางสังคมศาสตร์ เน้นประเด็นที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น นักท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว การบริการ กิจกรรมการท่องเที่ยว หรือภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การวิจัยด้านการท่องเที่ยวมีประเด็นในศึกษาวิจัยที่หลากหลาย

    ด้านเศรษฐกิจ

    การวิจัยด้านการท่องเที่ยวจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลากหลายที่เกี่ยวกับการให้บริการในการเดินทางของนักท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจที่พักแรม ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจนันทนาการ ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงธุรกิจทางอ้อม เช่น ธุรกิจบันเทิง ธุรกิจการจัดการประชุม ธุรกิจห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ตัวอย่างประเด็นวิจัยในขอบข่ายนี้ เช่น

    • ความพึงพอใจของลูกค้าต่อการบริการของโรงแรม หรือแหล่งท่องเที่ยว
    • ความคิดเห็นและความคาดหวังของลูกค้าต่อการบริการของโรงแรม
    • รูปแบบการบริการนำเที่ยวที่ลูกค้าพึงพอใจ
    • การศึกษาเปรียบเทียบสินค้าหรือบริการกับคู่แข่งขัน
    • ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกพักในแบบโฮมสเตย์
    • การพัฒนาเว็บไซต์สำหรับการจองห้องพักที่ตรงใจลูกค้า
    • การพัฒนาการจดจำตราสินค้าของสายการบินเพื่อผลการทางการตลาด
    • พฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นต้น

    ด้านสังคม

    การวิจัยด้านการท่องเที่ยว นอกจากจะมีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและสังคมแล้ว ยังมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เพราะกิจกรรมการท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะจัดในสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมทั้งที่มนุษย์สร้างขึ้นและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ขอบข่ายประเด็นการวิจัยในกลุ่มนี้ เช่น

    • บทบาทของภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในด้านแนวทางการอนุรักษ์และลดผลกระทบจากการเปิดแหล่งท่องเที่ยว
    • การแก้ไขปัญหาแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    • การศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติจากการจัดการนำเที่ยวของผู้ประกอบการนอกพื้นที่
    • การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมชายฝั่งจากการที่โรงแรมและรีสอร์ทตั้งอยู่ในพื้นที่ชายหาด

    ด้านสิ่งแวดล้อม

    การวิจัยด้านการท่องเที่ยว นอกจากจะมีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและสังคมแล้ว ยังมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เพราะกิจกรรมการท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะจัดในสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมทั้งที่มนุษย์สร้างขึ้นและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ขอบข่ายประเด็นการวิจัยในกลุ่มนี้ เช่น

    • บทบาทของภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในด้านแนวทางการอนุรักษ์และลดผลกระทบจากการเปิดแหล่งท่องเที่ยว
    • การแก้ไขปัญหาแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    • การศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติจากการจัดการนำเที่ยวของผู้ประกอบการนอกพื้นที่
    • การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมชายฝั่งจากการที่โรงแรมและรีสอร์ทตั้งอยู่ในพื้นที่ชายหาด

    จากประเด็นการวิจัยด้านการท่องเที่ยวที่เสนอไปข้างต้น เราสามารถที่จะสรุปจุดมุ่งหมายของการวิจัยด้านการท่องเที่ยวไว้ได้ ดังนี้

    • เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในสาขาวิชา (New knowledge)เช่น การศึกษาแนวทางการอนุรักษ์ แนวคิดการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เป็นต้น
    • เพื่อให้ข้อมูลหรือข้อเสนอแนะแก่ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนา (Tourism business development)เช่น การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลตอการเลือกเข้าพักโฮมสเตย์ การศึกษาความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ การพัฒนาการตลาดออนไลน์ของกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว
    • เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าใจประเด็นพฤติกรรมการท่องเที่ยวและสามารถนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ (Tourist studies)เช่น การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลการพฤติกรรมการซื้อสินค้ากลุ่มของฝากหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ การศึกษาแรงจูงใจในการเดินทางและพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวอาหรับ
    • เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวประเภทต่างๆ (Tourism development) เช่น การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การศึกษาแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหาร
    • เพื่อให้ข้อมูลหรือข้อเสนอแนะแก่ชุมชนเพื่อพัฒนาและดูแลแหล่งท่องเทียว (Community development)เช่น การศึกษาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวกลุ่มตลาดน้ำภาคกลาง การพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    นอกจากนี้ยังมีประเด็นวัตถุประสงค์ของการวิจัยด้านการท่องเที่ยวอีกหลายประเด็น เช่น เพื่อเป็นข้อมูลให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาใช้ประโยชน์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น

    แพ็คเก็จบริการ

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    แหล่งท่องเที่ยวหรือที่พัก 1 แห่ง

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่เกิน 200

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA), การวิเคราะห์  สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    แหล่งท่องเที่ยวขนาดชุมชน หรือที่พักในกลุ่มจังหวัด

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่เกิน 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA), การวิเคราะห์  สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ (พัฒนารูปแบบหรือกิจกรรมท่องเที่ยวใหม่)

    กลุ่มประชากร

    แหล่งท่องเที่ยวหรือที่พักระดับภูมิภาค

    จำนวนประขาการ(คน)

    มากกว่า 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถาม รูปแบบหรือกิจกรรม การท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้น

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA), การวิเคราะห์  สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

  • วิจัยด้านการศึกษา

    วิจัยด้านการศึกษา

    การวิจัยด้านศึกษา เป็นรูปแบของการวิจัยในกลุ่มด้านที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา (Education research) เกี่ยวข้องกับการค้นคว้าหาความรู้ความจริงอย่างเป็นระบบ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและสารสนเทศต่างๆซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในบริบทการจัดการศึกษา ในประเด็นต่อไปนี้

    • รูปแบบการจัดการเรียนการสอน
    • การวัดและประเมินผลการพัฒนากิจกรรมหรือ
    • โปรแกรมเพื่อพัฒนาคุณลักษณะใดคุณลักษณะหนึ่งของผู้เรียน ครู หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ
    • การศึกษาสภาพหรือผลลัพธ์ของการจัดการศึกษา การบริหารงานงานด้านการศึกษา
    • การพัฒนาครู พัฒนาอาคารสถานที่
    • การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
    • การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองหรือชุมชมกับโรงเรียน
    • การพัฒนาหลักสูตรการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาการวิจัยในชั้นเรียน

    การวิจัยทางการศึกษามีขอบเขตการศึกษาที่กว้าง ครอบคลุมกิจกรรมต่างที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้ของมนุษย์ ทั้งในระดับบุคคล องค์กร ระบบการบริหารงาน สิ่งแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ การวิจัยทางการศึกษาสามารถที่จะทำการศึกษาจากบุคคลเพียงคนเดียว กลุ่มเดียว หรืออาจจะหลากหลายกลุ่มที่มีความหลากหลายเพื่อแสวงหาประเด็นคำตอบที่ชัดเจนและหลายมิติ อาจจะเป็นการศึกษาภายใต้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ตั้งแต่ในระดับกลุ่มนักเรียน ห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน หรือระดับพื้นที่ภาค ไปจนถึงระดับประเทศ โดยอาจใช้ระยะเวลาสั้นหรือยาวแยกต่างกันไปตามปัญหาการวิจัย

    ภายใต้ประเด็นการศึกษาข้างต้น ยังมีขอบเขตการศึกษาที่เป็นรายละเอียดมากมายในการทำงานวิจัยด้านการศึกษา ยกตัวอย่าง เฉพาะด้านการวิจัยในชั้นเรียน (Classroom research) ยังสามารถแบ่งได้อีก 4 กลุ่มประเด็นในกรศึกษา โดยเรียงลำดับจากช่วงเวลาในแต่ละภาคการศึกษา ดังนี้ (สิริพันธ์ สุวรรณมรรคา, 2557)

    ซึ่งแต่ละการวิจัยเชิงปฏิบัติในชั้นเรียน (Classroom action research: CAR) จะความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงร้อยเรียงความสัมพันธ์กันตลอดกระบวนการวิจัย ดังตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างการวิจัยเพื่อวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล กับ การวิจัยเพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ ดังแผนภาพ

    กล่าวโดยสรุป การวิจัยด้านศึกษาศาสตร์ (Educational research) เป็นรูปแบบของการวิจัยที่มีขอบเขตกว้าง ครอบคลุมทุกกิจกรรม กระบวนการและรูปแบบการจัดการเรียนรู้ของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น

    • ผู้บริหารที่ต้องการพัฒนาคุณลักษณะของคนในองค์กรที่ติดตามผลได้

    • ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ต้องการสร้างโปรแกรมหรือกิจกรรมพัฒนาบุคลากรในองค์กรในทุกสาขาอาชีพ

    • บุคลากรทางการศึกษาทุกฝ่าย เช่น หน่วยงานทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้พัฒนาหลักสูตร ครู หรือบุคคลหรือฝ่ายงานอื่นๆ ด้านการศึกษาทั้งหมด

    • ฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพฤติกรรม การรับรู้ ความคิด ความรู้ หรือการเรียนรู้ของบุคคล

    แพ็คเก็จบริการ

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    องค์กรเดียว

    ประเภทการวิจัย

    ไม่เกิน 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถาม
    หรือแบบสัมภาษณ์

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    องค์กรหรือสถานบัน ขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค

    ประเภทการวิจัย

    มาากว่า 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถาม
    หรือแบบสัมภาษณ์

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงทดลอง

    กลุ่มประชากร

    ไม่จำกัด*

    ประเภทการวิจัย

    ไม่จำกัด*

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถาม, ชุดกิจกรรมหรือโปรแกรมพัฒนา

    *ขึ้นอยู่กับผู้วิจัยหรือประเด็นการวิจัย และคณะกรรมการแต่ละสถาบันยอมรับ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)
  • วิจัยด้านสาธารณสุข

    วิจัยด้านสาธารณสุข

    วิจัยด้านสาธารณสุข เป็นสาขาที่มีความเกี่ยวข้องกับทางการแพทย์ และการพยาบาล การศึกษาวิจัยเพื่อมุ่งเน้นพัฒนาเครื่องมือ องค์ความรู้และวิธีการต่าง เพื่อนำมาใช้ในการรักษาโรคหรืออำนวยความสะดวกต่อบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยให้มากที่สุด ดังนั้นผู้วิจัยจึงจำเป็นต้องศึกษาอย่างมีระบบระเบียบ และระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

    ตัวอย่างหัวข้อ
    งานวิจัยด้านสาธารสุข การแพทย์และพยาบาล

    • การศึกษาปัจจัยเสี่ยง/ปัจจัยสาเหตุต่อการเกิดโรค
    • การศึกษาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ
    • การศึกษาพฤติกรรมการใช้สารเคมีทางการเกษตร
    • การศึกษาความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกันโรค
    • การศึกษาประสิทธิผลของการใช้โปรแกรมดูแลผู้ป่วย
    • ปัจจัยกำหนดต้นทุนการให้บริการของโรงพยาบาล
    • การประเมินคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
    • การประเมินความพร้อมในการดำเนินโครงการ
    • ปัญหาและอุปสรรคของการให้บริการหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน

    วิจัย สายสุขภาพ ไม่ยากอย่างที่คิด…

    การทำวิจัยทางด้านการแพทย์ พยาบาล และสาธารณสุข ได้เริ่มมีมานานมากแล้ว และมีหลากหลายงานวิจัย ดังจะเห็นได้จากวารสารวิชาการต่างๆ  บทความนี้จะเป็นการแบ่งปันประสบการณ์การทำวิจัยด้านสุขภพรวมถึงแนะนำเทคนิคที่ใช้ในการทำวิจัย

    1. เริ่มต้นที่หัวข้อ

    หลายคนประสบปัญหาไม่รู้จะเลือกหัวข้องานวิจัยอย่างไรดี ยังสับสนในเรื่องของปัญหางานวิจัย หรือเหตุผลต่างๆนาๆ ในความเห็นของผู้เขียนแนะนำให้ List ประเด็นออกมาก่อน.

    2. ออกแบบงานวิจัย

    คำถามวิจัยและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนจะทำให้สามารถกำหนดรูปแบบและโครงสร้างของงานวิจัยในเบื้องต้นได้นับเป็นส่วนที่มีความสำคัญที่สุดในการออกแบบงานวิจัย

    3. จุดสำคัญของงานวิจัย

    กรอบประชากรที่ต้องการศึกษาและการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยต้องตั้งเกณฑ์การคัดเลือกประชากรที่ต้องการศึกษาให้สอดคล้องกับคำถามวิจัย

    4. รูปแบบงานวิจัย

    สามารถจำแนกเบื้องต้นได้เป็น 6 รูปแบบต่างกันไป และในการออกแบบงานวิจัยชนิดนี้จุดที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงอีกมายมาย ผู้ศึกษาสามารถทำความเข้าใจได้จากข้อมูลต่อไปนี้ …

    5. ออกแบบการวิเคราะห์ข้อมูล

    ต้องวางแผนการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยต้องวางแผนในการวิเคราะห์ข้อมูลล่วงหน้าโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และคำถามวิจัยเป็นหลัก ต้องเลือกวิธีการทางสถิติที่ใช้ให้สอดคล้องกับลักษณะของข้อมูลและโครงสร้างของงานวิจัย

    เริ่มลงมือทำวิจัยได้เลย!

    หากคุณต้องการผู้ช่วยดีๆ อย่าลืมนึกถึงเราSurvey Cloudพร้อมให้บริการด้วยความเป็นมืออาชีพ

    แพ็คเก็จบริการ

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    องค์กรเดียว

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่เกิน 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถาม หรือแบบสัมภาษณ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),
      การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    องค์กรหรือสถานบันขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค

    จำนวนประขาการ(คน)

    มากกว่า 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถาม หรือแบบสัมภาษณ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),
      การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงสำรวจ

    กลุ่มประชากร

    องค์กรหรือสถานบันขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค

    จำนวนประขาการ(คน)

    มากกว่า 400

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสอบถาม หรือแบบสัมภาษณ

    *ขึ้นอยู่กับผู้วิจัยหรือประเด็นการวิจัย และคณะกรรมการแต่ละสถาบันยอมรับ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)
    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test}, การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),
      การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression)
  • วิจัยด้านนิเทศศาสตร์

    วิจัยด้านนิเทศศาสตร์

    บริการรับสอนการทำวิจัย สารนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์ แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการมุ่งแสวงหาความรู้ เพื่อแก้ไขปัญหา หรือเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาองค์ประกอบด้านการสื่อสาร ทั้งในส่วนผู้ส่งสาร ผู้รับสาร ข่าวสาร ช่องทางการสื่อสาร ตลาดจนการศึกษาเพื่อพัฒนาเครื่องมือการสื่อสารให้เหมาะสมกับการนำใช้ไปประโยชน์ โดยการนำเอาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีในสาขานิเทศศาสตร์มาเป็นพื้นฐานในการศึกษาวิจัย

    ตัวอย่างหัวข้อ

    งานวิจัยด้านนิเทศศาสตร์

    • การศึกษาสภาพ/ปัญหา/ความต้องการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในองค์การ
    • การศึกษาการใช้บริการระบบสืบค้นสารสนเทศ
    • การประเมินการใช้งานและการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • การศึกษาการพัฒนาฐานข้อมูลดรรชนี
    • การวิเคราะห์เนื้อหาวารสาร/หนังสือ/ละคร
    • การวิเคราะห์ระบบจัดการสารนิเทศ
    • การศึกษาการใช้สารสนเทศสิ่งแวดล้อม

    วิจัยนิเทศ แนวทางในระเบียบวิธีที่หลากหลาย

    เทศศาสตร์ถือได้ว่าเป็นสาขาหนึ่งที่มีการมุ่งเน้นโครงการไปที่กิจกรรมการดำเนินการต่างๆ มากกว่าการดำเนินการวิจัย อย่างไรก็ตามในปัจจุบันแนวทางการดำเนินโครงการจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นการผลิตสื่อภาพยนตร์ โฆษณา วิทยุ หรือการสร้างสรรค์รายการได้มีการนำวิจัยเข้ามาใช้ร่วมกับการผลิตสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา ทำให้แนวทางการทำวิจัยสายนิเทศเป็นมากกว่าการเรียนรู้ผลงานวิจัยแล้วจบไป แต่ทำให้แนวทางในระเบียบวิธีมีความหลากหลายมากขึ้น ดังต่อไปนี้

    1. แนวทางของการวิจัยนิเทศทั่วไป

    แนวทางการวิจัยนิเทศทั่วไปเป็นรูปแบบของการดำเนินการวิจัยด้วยการตั้งข้อคำถามของปัญหา สมมติฐานงานวิจัย โดยมีหัวข้อเกี่ยวข้องในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนิเทศในส่วนของภาคทฤษฎี

    2. แนวทางของการนำวิจัยมาใช้พัฒนางานหลัก

    เป็นแนวทางที่ต่อยอดจากการดำเนินงานการสร้างสรรค์ผลงานที่ต้องการทราบข้อมูลบางอย่างโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นแนวทางของการสร้างความสมบูรณ์ในการดำเนินโครงการนิเทศ

    3. แนวทางของการนำวิจัยมาต่อยอดผลงาน

    เป็นการที่ภายหลังจากโครงการได้ดำเนินการสร้างสรรค์งานรายการวิทยุ โทรทัศน์ โฆษณา หรืองานการนำเสนอทางนิเทศต่างๆ ออกมาแล้วจะนำมาสู่กระบวนการวิจัยเพื่อหาผลตอบรับจากการดำเนินการสร้างสรรค์หรือนำเสนอขึ้นมา

    4. ภาพรวมของแนวทางในการดำเนินงานวิจัย

    การนำงานวิจัยมาใช้ในงานนิเทศจะมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันออกไปโดยขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้การวิจัยให้เข้ากับโครงการนิเทศที่ดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันงานวิจัยมีส่วนทำให้โครงการนิเทศมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

    5. เครื่องมือในการวิจัยทางนิเทศ

    เครื่องมือในการวิจัยทางนิเทศมีความหลากหลายในการใช้งานโดยแต่ละเครื่องมือสามารถประยุกต์ใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็น
    1) เครื่องมือแบบสอบถาม
    2) เครื่องมือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก
    3) เครื่องมือเชิงการทดลองด้วยโครงการทางนิเทศ

    จากทั้งหมดที่กล่าวมานั้นวิจัยนิเทศ ถือได้ว่ามีความหลากหลายในการนำแนวทางของการวิจัยมาใช้อีกทั้งยังเป็นแนวทางที่ใช้ในการนำเสนอผลลัพธ์ให้ตัวผลงานมีความน่าสนใจและน่าเชื่อถือแก่ผู้รับชมผลงานได้มากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ที่ทำงานหรือศึกษาในกลุ่มนิเทศศาสตร์ ได้มีแนวทางในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างสรรค์ผลงานที่ปัจจุบันได้มีผลงานที่มีโอกาสจะถูกสร้างสรรค์ซ้ำกับนักสร้างสรรค์ก่อนหน้า การดำเนินการวิจัยสามารถช่วยสร้างความแตกต่างจากมุมมองด้านความต้องการที่ขาดหายไป และนำมาสู่กระบวนการสร้างสรรค์งานนิเทศที่มีประสิทธิภาพ และตอบความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ดีมากยิ่งขึ้นต่อไป

    แพ็คเก็จบริการ

    ประเภทการวิจัย

    เชิงคุณภาพ

    กลุ่มประชากร

    กลุ่มตัวอย่าง เอกสารด้านกฎหมาย ข้อตกลงระหว่างประเทศ

    จำนวนประขาการ(คน)

    ไม่เกิน 20

    เครื่องมือการสำรวจ

    เอกสารการประชุม, ข้อกฎหมาย, ข้อตกลงระหว่างประเทศ

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • การวิเคราะเนื้อหา (Content analysis)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงคุณภาพ

    กลุ่มประชากร

    องค์กร
    เดียว

    จำนวนตัวอย่าง (คน)

    ไม่เกิน 20

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสัมภาษณ์

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • การวิเคราะเนื้อหา (Content analysis)

    ประเภทการวิจัย

    เชิงคุณภาพ

    กลุ่มประชากร

    องค์กร
    เดียว

    จำนวนตัวอย่าง (คน)

    ไม่เกิน 20

    เครื่องมือการสำรวจ

    แบบสัมภาษณ์

    การวิเคราะห์ข้อมูล

    • การวิเคราะเนื้อหา (Content analysis)

    • สถิติพื้นฐาน (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

    • สถิติอ้างอิง (การทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test), การทดสอบความแปรปรวน (ANOVA),

    • การวิเคราะห์สหสัมพันธ์  (correlation), การวิเคราะห์ถดถอย (regression),
      การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงการ (Structural Equation Modelling: SEM)

  • Product testing

    Product testing​

    การวิจัยทางการตลาดนับได้ว่ามีความจำเป็นและสำคัญมาก
    ในยุคเศรษฐกิจที่ธุรกิจต่างๆ มีการแข่งขันกันอย่างแรง

    การวิจัยและมีการทดสอบสินค้าและผลิตภัณฑ์

    บริษัทวิจัยตลาดจะทำให้เรามั่นใจว่าสินค้าที่เราออกแบบมาตรงกับความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่ด้วย โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดขึ้นและสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสำรวจตลาด จ้างทำวิจัยเพื่อที่คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์จะต้องตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค

    ความสำคัญของการทดสอบสินค้าและผลิตภัณฑ์

    ทดสอบสินค้าและผลิตภัณฑ์มีด้วยการ 2 ประเภท คือ

    การทดสอบตลาดเฉพาะกลุ่ม

    จะมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและพื้นที่แคบกว่า
    เรียกว่ามีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนเฉพาะกลุ่มได้

    การทดสอบตลาดมหาชน

    จะมีกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่กว่า จำนวนข้อมูลที่เก็บก็จะใหญ่กว่า ใช้ระยะเวลาในการวิจัยนานกว่า

    ดังนั้นหากบริษัท หรือองค์กรใด มีความต้องการในการที่จะทำการทดสอบสินค้าและผลิตภัณฑ์ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาทำการพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้า และค้นคว้านวัตกรรมของสินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้านั้น

    ดังนั้นหากบริษัท หรือองค์กรใด มีความต้องการในการที่จะทำการทดสอบสินค้าและผลิตภัณฑ์ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาทำการพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้า และค้นคว้านวัตกรรมของสินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้านั้น

    Survey Cloud จะสามารถที่จะทำการการวิจัยและพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้า และทำการพัฒนาคุณภาพของสินค้าอยู่เสมอ เครื่องมือในการทำการทดสอบผลิตภัณฑ์จึงจำเป็นมาก

  • Mystery Shopper

    Mystery Shopper

    ในยุคสมัยที่ร้านค้าและบริการต่าง ๆ นั้นมีการแข่งขันกันย่างหนัก เพื่อแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดนั้น ทำให้บริษัทต่างๆ นั้นต่างที่จะปรับตัว เพื่อให้ตนเองสามารถที่จะอยู่รอดได้ และเพิ่มยอดขายได้นั้นเอง

    นับได้ว่ามันคือ ประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ

    จากการพัฒนาปรับปรุงเพื่อดึงลูกค้าเข้าร้าน เช่น

    โปรโมชั่น ลดราคา

    โปรโมชั่น แถมฟรี

    สำหรับในปัจจุบันนี้จึงมีการทำวิจัยอย่างหนึ่งที่เรียกว่า

    นักช้อปปริศนา (Mystery shoppers)

    หน้าที่ของเรา

    ข้อมูลที่เราแฝงตัวไปเก็บสำรวจ
    จะเน้นไปที่ความพึงพอใจของลูกค้าหลายด้าน อาทิ

    บรรจุภัณฑ์

    รสชาติอาหาร

    ความสะอาด

    การบริการ

    คุณภาพสินค้า

    ข้อมูลอื่น ๆ

    นักช้อปปริศนาสามารถที่จะทำการถ่ายรูป ถ่ายวิดิโอ ถ่ายใบเสร็จ หรือสินค้าต่าง ๆ และนำหลักฐาน ให้บริษัทประกอบเพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบในการให้บริการต่อไปด้วย

    จึงนับได้ว่าหนึ่งในเครื่องมือวิจัยการตลาดอย่าง

    นักช้อปปริศนา (Mystery shoppers)

    นั้นให้ประสิทธิภาพในการวัดคุณภาพของธุรกิจบริการในระดับสูง

    ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพการวิจัย

    นักช้อปปริศนา

    นับได้ว่า เป็นเครื่องมือการวิจัยตลาด ชั้นเลิศ และนอกจากจะมีบริการวิจัย โดยการใช้นักช้อปปริศนา เรายังมีบริการอื่น เช่น การสำรวจโดยการออกเก็บข้อมูลเอง หรือการสำรวจออนไลน์ผ่านอีเมล การติดต่อกับลูกค้า และการติดตามบนสื่อสังคมออนไลน์สามารถที่จะมีให้บริการทั้งหมด